รวมบทคัดย่อสิ่งประดิษฐ์เพื่อการประหยัดพลังงานและพลังงานไฟฟ้า จำนวน 4 โครงงาน
รายวิชาเทคนิคการประหยัดพลังงาน (2104-2127) 1 หน่วยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
สอนโดย ครูพิเชฐพงศ์ ช่วยสังข์ แผนกช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี
|
| สิ่งประดิษฐ์เพื่อการประหยัดพลังงานและพลังงานไฟฟ้าโครงงาน : เครื่องรีไซเคิลสารทำความเย็น |
ผู้จัดทำโครงงาน
ครูที่ปรึกษา
สถานศึกษา |
1.นายกฤตศิลป์ ใจรังสี
2.นายพงษ์พัฒน์ ศรีวิชัย
3.นายธีรศักดิ์ ถือแก้ว
4.นายสมวงศ์ จันทสุวรรณ์
5.นายวีรยุทธ วันเลาะ
1.นายพิเชฐพงศ์ ช่วยสังข์
2.นายวินัย หมื่นรักษ์
วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี |
 |
บทคัดย่อ
การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ในระบบทำความเย็น ช่างซ่อมโดยทั่วไปมักจะปล่อยสารทำความเย็นทิ้งสู่ชั้นบรรยากาศ
สารทำความเย็นเป็นสารประเภท CFC (ครอโรฟลูออโรคาร์บอน) เมื่อถูกปล่อยจะล่องลอยขึ้นไปทำลายชั้นโอโซน ทำให้
้ชั้นโอโซนเกิดช่องโหว่ รังสีอัลตร้าไวโอเลท (UV) สามารถแผ่เข้ามาสู่ผิวโลกได้อย่างเข้มข้นขึ้น ทำให้โลกมีอุณหภูมิที่
ี่ร้อนจัด และยังผลให้เกิดมะเร็งผิวหนังในคนเครื่องรีไซเคิลสารทำความเย็นเป็นโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้น
เพื่อลดการใช้สารทำความเย็น ลดมลพิษ ลดภาวะโลกร้อน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมสารทำความเย็นหลัง
การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ในระบบทำความเย็นในการประดิษฐ์ได้ทำการออกแบบโครงสร้าง และใช้รถเข็นของ
เก่าๆที่ยังมีล้ออยู่นำมาเชื่อมกับเหล็กฉากเพื่อเป็นโครงสร้าง นำไม้อัดคีรีบอร์ดมากั้นและยึดกับบานพับและสายยูทำเป็น
ฝาครอบ ติดตั้งวัสดุอุปกรณ์หลัก ได้แก่ คอมเพรสเซอร์เกจวัดความดันเชื่อมท่อทองแดงทางด้านดูดและทางด้านอัด
เข้าคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ตัวอื่น ๆ จนเสร็จนำไปทดสอบกับรถยนต์ที่ใช้กับรถยนต์ที่ใช้สารทำความเย็นชนิด R-12
และ ชนิด R-134a เครื่องปรับอากาศภายในบ้านชนิด R-22 ที่ทำการซ่อมแซมระบบ ผลจากการทดสอบประสิทธิภาพ
พบว่าเครื่องรีไซเคิลสารทำความเย็นสามารถนำสารทำความเย็นที่ถูกปล่อยทิ้งเพื่อซ่อมแซมระบบไป เก็บไว้ในถัง แล้ว
หลังจากซ่อมเสร็จนำกลับมาเติมหรือชาร์จเข้าสู่ระบบอีกครั้งผลปรากฏว่าระบบการทำงานและอุณหภูมิความเย็นของ
เครื่องทำความเย็นนั้น สามารถทำงานได้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับสารทำความเย็นใหม่
สรุปว่าเครื่องรีไซเคิลสารทำความเย็นสามารถใช้งานได้จริงและยังมีประโยชน์ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการชาร์จน้ำยา
หลังมีการซ่อมหรือติดตั้งเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศได้ด้วย ข้อเสนอแนะควรที่จะได้รับงบประมาณ
ในการพัฒนาต่อไป |
|
|
|
| สิ่งประดิษฐ์เพื่อการประหยัดพลังงานและพลังงานไฟฟ้า หัวข้อโครงงาน บัลลาสต์หลอดคู่ |
ชื่อคณะผู้จัดทำ
ระดับชั้น
ครูที่ปรึกษา
สถานศึษา
ปี พ.ศ. |
1.นายกฤษฎา ทวีแก้ว
2.นายศตวรรต ชามทอง
3.นายเกรียงไกร วิไลศรี
4.นายอภิสิทธ์ บุญเจริญ
5.นายทนุธรรม ดำเนินสวัสดิ์
ปวช. 2 สาขางานไฟฟ้ากำลัง
1.นายพิเชฐพงศ์ ช่วยสังข์
2.นายบุญเลิศ ทองเกิด
วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี
2552 |
 |
|
บทคัดย่อ
โครงงานบัลลาสต์หลอดคู่ ได้จัดทำขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้จัดทำได้มีแนวความคิดที่จะประหยัดพลังงานไฟฟ้า ให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีใช้งานภายในบ้าน โดยเริ่มต้นคิดที่หลอดไฟฟ้าโคมคู่ ซึ่งการใช้งานโดยทั่วไป
หลอดฟูลออเรสเซนต์ จำนวน 2 หลอดจะต้องต่อใช้งานกับบัลลาสต์จำนวน 2 ตัว วิธีการประดิษฐ์นำหลอด
ฟูลออเรสเซนต์มาต่อวงจรใช้งานแบบอนุกรม จำนวน 2 หลอด และใช้บัลลาสต์ซึ่งเป็นบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ เพียงจำนวน 1 ชุด และมีการปรับแต่งที่บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ให้หลอดไฟฟ้ากินกระแสไฟน้อยลง ผลจากการ
ทดสอบประสิทธิภาพพบว่า โครงงานชุดบัลลาสต์หลอดคู่กินกระแสไฟน้อยกว่า และให้แสงสว่างน้อยกว่า 20 % เมื่อเปรียบเทียบกับชุดทดลองหลอดไฟฟ้าใช้บัลลาสตร์แบบขอลวด และใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส
สรุปได้ว่า โครงงานชุดบัลลาสต์หลอดคู่ สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าและประหยัดเงินในการไม่ต้องซื้อ
บัลลาสต์เพิ่ม ประโยชน์ของโครงงานใช้เป็นสื่อการสอน และสามารถพัฒนาไปสู่เชิงธุรกิจได้
ข้อเสนอแนะ ควรได้รับงบประมาณในการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป |
|
|
| สิ่งประดิษฐ์เพื่อการประหยัดพลังงานและพลังงานไฟฟ้า หัวข้อโครงงาน จักรยานปั๊มน้ำ |
ชื่อคณะผู้จัดทำ
ระดับชั้น
ครูที่ปรึกษาโครงงาน
สถานศึกษา |
1. นายลิขิต ชัยเดช
2. นายศราวุธ พนาลี
3. นายณรงค์ฤทธิ์ รุ่งเรือง
4. นายเกรียงศักดิ์ ระถาพร
5. นายศักรินทร์ อุดหนุนกาญจน์
ปวช. 2 สาขางานไฟฟ้ากำลัง
นายพิเชฐพงศ์ ช่วยสังข์
วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี |
 |
|
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันการที่จะนำน้ำมาใช้งานจากแหล่งน้ำมีด้วยกันหลายวิธีซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแหล่งน้ำที่จะนำน้ำมาใช้เป็นแบบใด
ถ้าแหล่งน้ำเป็นประเภท บ่อ สระ หรือที่ได้เตรียมไว้สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสูบน้ำด้วยปั๊มน้ำมาใช
้อุปโภค บริโภค หรือใช้ทางการเกษตร การประดิษฐ์จักรยานปั๊มน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำน้ำมาใช้งาน
จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าทั้งยังได้ออกกำลังกายทำให้มีสุขภาพดีอีกด้วย ในการออกแบบและประดิษฐ์์จักรยาน
ปั๊มน้ำโดยการเชื่อมโครงสร้างด้วยเหล็กฉากแล้วนำรถจักรยานพร้อมด้วยปั๊มน้ำแบบลูกสูบมาติดตั้งเข้ากับโครงของ
สิ่งประดิษฐ์ ต่อเพลาล้อหลังให้มีแกนใส่พูลเล่และติดตั้งสายพานไปเข้ากับพูลเล่ของปั๊มน้ำ ต่อท่อพี วี ซี เข้ากับท่อ
ทางดูดและท่อทางส่งน้ำของปั๊มน้ำ วิธีทดสอบทำการปั่นจักรยานทำการจับเวลาและวัดปริมาตรของน้ำที่ปั๊มสูบได้
สรุปผลในการทดลองเมื่อปั่นจักรยานด้วยความเร็ว 25 กม. /ชม. ในเวลา 3 นาที จักรยานปั๊มน้ำสามารถสูบน้ำใส่
ถังน้ำได้จำนวน 12 ลิตร ประโยชน์จักรยานปั๊มน้ำสามารถใช้งานสูบน้ำด้วยปั๊มน้ำมาใช้อุปโภค บริโภค และช่วย
ประหยัดพลังงานไฟฟ้าทั้งยังได้ออกกำลังกายทำให้มีสุขภาพดีอีกด้วย
ข้อเสนอแนะ ควรได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาต่อไป
|
|
|
| สิ่งประดิษฐ์เพื่อการประหยัดพลังงานและพลังงานไฟฟ้า โครงงาน เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ |
ผู้จัดทำโครงงาน
ครูที่ปรึกษา
สถานศึกษา
|
1.นายสรรเพชร เดชสุวรรณ
2.นายชัยพร บุญเจริญ
3.นายอภิวัฒน์ เกลี้ยงกลม
4.นายวีรพันธ์ หม้อกรอง
5.นายธเรศ กิจเกตุ
6.นายชินวงศ์ ช้างกลาง
นายพิเชฐพงศ์ ช่วยสังข์
นางทัศนีย์ พงศ์สมัคร
นายชนินทร์ จันทร์ปาน
วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี |
 |
|
บทคัดย่อ
โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาออกแบบและสร้างเตาอบพลังงาน
แสงอาทิตย์ศึกษาเปรียบเทียบชนิดของวัสดุที่ใช้ในถังสะสมความร้อนทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเตาอบ
พลังงานแสงอาทิตย์ศึกษาเปรียบเทียบเวลาการอบแห้งผลิตภัณฑ์กับการตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์โดยตรง และ
ประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมสาธิตการใช้เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ในการศึกษาครั้งนี้ แบ่งวิธี
การศึกษาออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ 1 ออกแบบและสร้างเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์
ขั้นที่ 2 ศึกษานำวัสดุที่เหมาะสมที่ใช้ในถังสะสมความร้อน
ขั้นที่ 3 ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์
ขั้นที่ 4 ศึกษาเปรียบเทียบเวลาการอบแห้งผลิตภัณฑ์กับการตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์โดยตรง
ขั้นที่ 5 ประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมสาธิตการใช้เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ผลการศึกษาพบว่า
เมื่อสร้างเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์และนำไปศึกษาวัสดุที่เหมาะสม ที่ใช้ในถังสะสมความร้อน พบว่า แกลบดำ
ผสมก้อนหินทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยภายในเตาอบมีค่าสูงสุด เท่ากับ 78.29 °C และรองลงมา คือ แกลบดำ
เท่ากับ 61.49 °C
และก้อนหิน เท่ากับ 53.83°C ตามลำดับ การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเตาอบ
พลังงานแสงอาทิตย์ โดยทดลองอบเนื้อหมู พบว่าในการอบเนื้อหมูน้ำหนัก 100 กรัม ขนาดความกว้าง 3 เซนติเมตร
ยาว 5 เซนติเมตร หนา 0.5 เซนติเมตรใช้เวลา 60 นาที อุณหภูมิภายในเตาอบ 89 °C ได้ลักษณะเนื้อหมูที่แห้ง
และสุกทั่วทั้งชิ้น ทดลองอบกุ้งสดน้ำหนัก 100 กรัม
พบว่าใช้เวลาในการอบ 60 นาที อุณภูมิในเตาอบ 89°C ได้กุ้งแห้ง
ที่มีลักษณะแข็งแห้งสนิท ทดลองอบพริกสด 100 กรัม
ใช้เวลาในการอบ 120 นาที อุณหภูมิในเตาอบ 70°C ได้พริกแห้ง
มีลักษณะกรอบและแห้งมาก ทดลองอบขนมปังแผ่นพบว่าใช้เวลาในการอบ 10 นาที อุณภูมิในเตาอบ 59 °C ได้ขนมปัง
แผ่นมีลักษณะแห้งปานกลาง แข็งเล็กน้อย ศึกษา
เปรียบเทียบเวลาการอบแห้งผลิตภัณฑ์กับการตากแห้งด้วยแสง
อาทิตย์
์โดยตรงพบว่า การอบแห้งด้วยเตาอบพลังงาน
แสงอาทิตย์กุ้งใช้เวลาอบ 1 ชั่วโมง พริกใช้เวลา 2 ชั่วโมง
และการตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์โดยตรง
กุ้งใช้เวลาตาก 8 ชั่วโมง พริกใช้เวลาตาก 16 ชั่วโมงและจากการประเมิน
ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
สาธิตการใช้เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ พบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจ
โดยรวมในระดับมากมีคะแนน
เฉลี่ยเท่ากับ 4.12
สรุป ได้ว่าเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ที่คณะผู้จัดทำสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงและมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้
ในการอบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ในการใช้อบอาหารทั่วไป
ข้อเสนอแนะ ทางกลุ่มของผู้จัดทำมีความคิดที่จะพัฒนาให้มีแหล่งจ่ายพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยจึงขอสนับสนุน
ในโอกาสต่อไป
|
|
| |