ก่อนเข้าเนื่อหาในแต่ละบทขอกล่าวถึง คอมพิวเตอร์กับการแก้ปัญหาก่อนนะครับเพื่อให้ง่ายต่อการเรียนในบทต่อๆ ไป
การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำตามโปรแกรมที่เขียนขึ้นทุกประการ ดังนั้นการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วยสำหรับการแก้ปัญหาจึงต้องมีโปรแกรมสำหรับแก้ปัญหานั้นเพื่อสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามต้องการ ผู้ที่ทำการเขียนโปรแกรมจึงต้องทราบถึงวิธีการของการแก้ปํญหาที่ต้องการแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน จากนั้นจึงทำการเรียบเรียงลำดับขั้นตอนวิธีการทำงานตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถีงขั้นตอนสุดท้าย แล้วนำขั้นตอนวิธีที่ได้เรียบเรียงขึ้นมาเขียนเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่อไป
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อน โดยทำการเขียนโปรแกรมตามความคิดในขณะนั้น ไม่ได้มีการวางแผนหรือการจดบันทึกขั้นตอนวิธีการทำงานของโปรแกรมขึ้นสำหรับเป็นเอกสารสำหรับอ้างอิงเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้เสียเวลาในการเขียนโปรแกรมเพิ่มมากขึ้น
หากต้องการปรับปรุงพัฒนาการทำงานของโปรแกครมในภายหลังจะมีความมยุ่งยากต้องใช้เวลาสำหรับการทำความเข้าใจกับขั้นตอนวิธีการทำงานของโปรแกรม ถ้าโปรแกรมนั้นไม่มีความซับซ้อนมากนัก เวลาที่ใช้สำหรับการศึกษาถึงขั้นตอนวิธีการในการแก้ปํญหาจะใช้เวลาไม่มาก แต่ถ้าโปรแกรมนั้นมีคววามาสลับซับซ้อนมากขึ้น การศึกษาถึงขั้นตอนวิธีการในการทำงานจะยิ่งใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น การเขียนเอกสารประกอบการทำงานของโปรแกรม ทำให้การปรับปรุ่งพัฒนาการทำงานของโปรแกรมในภายหลังสามารถทำงานได้สะดวกยิ่งขี้น
ขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหา
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่อใช้สำหับช่วยในการแก้ปัญหา ขั้นตอนของการวิเคราะห์ปัญหาสำหรับเตรียมก่อนการลงมิอเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีขั้นตอนดังนี้
1. การทำความเข้าใจกับปัญหา
2. การพิจารณาลักษณะของข้อมูลเข้าและข้อมูลออก
3. การทำลองแก้ปัญหาด้วยตนเอง
4. การเขียนขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหา
5. การทดลองขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหา |